เพราะได้หยุดงานแบบฉุกเฉิน ด้วยความอยู่ไปนิ่ง จึงควบรถคู่ใจออกจากบ้าน จะไปไหนดี...ใกล้ๆ คิดได้แค่ "เขาใหญ่" ไม่ได้วางแผนว่าจะไปนอนไหน หรือ กี่วัน เรียกว่าไปมันเรื่อยๆ แล้วแต่อารมณ์ ผลก็เลย...ยาวไปๆ จากเขาใหญ่ ขี่เล่นไปวังน้ำเขียว วกกลับขึ้นเขาใหญ่อีกรอบ ไปนั่นเล่นสวนเมืองพร แล้วก็เลยไป มอหินขาว ชัยภูมิ 3 วัน 2 คืน ซะงั้นเลย
 
คืนก่อนหน้าโพสข้อความเชิญชวนไว้ใน FB ก็มีพี่ที่รู้จักกันบอกว่าจะไปด้วย ว่าแต่จะออกกี่โมง ตอบไปว่าคงแต่เช้า พอรุ่งเช้าเข้าจริง กลายเป็นพี่คนนี้โทรมางัดเราจากที่นอนซะงั้น ตั้งใจไว้ 8 กลายเป็นออกจากบ้าน 9 โมงครึ่ง
 
ปล.ขอบคุณน้าบ๊วยที่ให้เกียรติเป็นเพื่อนร่วมทางมาจากกรุงเทพค่ะ ^^
 
ออกจากกรุงเทพ 10 โมง จากบางนา มุ่งหน้ามีนบุรี ผ่านบ้านสร้าง เข้าเขาใหญ่ทางฝั่งปราจีน ถึงจุดนัดพบ ผาเดียวดายเที่ยงตรงพอดี
 
 
 
 
ใจตุ้มๆ ต่อมๆ ภาวนาขอให้ฝนไม่ตก ฝนก็คือ ฟ้าใส แดดเปรี้ยง เมฆลอยเป็นกลุ่มก้อน เหมือนใครเอาสำลีโยนขึ้นไปแปะไว้ปนท้องฟ้าก็ไม่ปาน ^^
 
 
ซักพักก็มีโทรศัพท์จาก 2 สาวปากช่อง ที่นัดมาเจอกันที่ผาเดียวดาย โทรเช้ามาบอกว่ายางแบนอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยาน เราจึงขี่ลงไปพบกันที่นั่น ตะปูตัวเบ่อเริ่ม แถมแทงเฉียงๆ เข้าไปในเนื้อยางอีกต่างหาก ^^
 
 
2 สาวโคราช ฝน (เสื้อฟ้า) ขี่ Versys, นาง (แจ็คเก็ตแดง) ขี่ T-max 500
 
เพราะไม่มีใครติดชุดปะยางมา จึงต้องรอเพื่อนอีกคนที่กำลังจะขึ้นมาเอาชุดปะยางมาให้ พวกเราจึงตัดสินใจหม่ำข้าวเที่ยงรอ ผลปรากฏว่าการปะยางด้วยชุดตัวหนอนไม่สำเร็จ ถามเจ้าหน้าที่บอกว่ามีร้านด้านล่าง ให้ขี่ลงไปทางปากช่อง แถวๆ ป้อมตำตวจหมูสี ปรากฏว่ารูใหญ่ไป ปะแบบตัวหนอนไม่ได้ และที่ร้านก็ไม่มีปะสตีม 2 สาวจึงต้องแยกไปร้านปะยางที่ปากช่อง
 
ตัวเองและน้าบ๊วย จึงแยกขี่ไปวังน้ำเขียว เพราะข้าพเจ้ายังไม่เคยไปซักครั้ง อยากไปสัมผัสจุดที่ว่ามีโอโซนมากที่สุดในประเทศไทยซะหน่อย ตลอดทางจากเขาใหญ่ไปวังน้ำเขียว ช่างตื่นตาตื่นใจกับบรรดารีสอร์ทโรงแรมที่สร้างเรียงราย บวกกับวิวสวยๆ จากลักษณะของเนินขนาดกลางที่ซ้อนลดหลั่นกันไปตลอด 2 ข้างทาง
 
 
 
เราหยุดแวะพักคลายร้อนกันที่นี่
 
 
ระหว่างรอ 2 สาว เราก็ไปให้อาหารแกะกัน
 
 
นั่งพักให้หายร้อน และตัดสินใจว่าจะกลับ หรือ จะค้าง 2 สาว ก็กริ้งกร้างมาว่าปะยางเสร็จแล้ว ตามมาสมทบต่อได้
 
 
เส้นทางเขาใหญ่ วังน้ำเขียว จะผ่านอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ถนนจะวิ่งอ้อมโดยรอบ
 
 
ถนนเนียน โค้งกว้าง วิวสวย
 
 
วิวสวยๆ ยามเย็น ริมเขื่อนลำพระเพลิง
 
 
โฉมหน้าของรถทั้ง 5 คัน
 
 
3 สาว Girl Riders ตอนนี้เรามีกลุ่มของตัวเอง รวมตัวผู้หญิงขี่รถได้ 10 คนค่ะ
 
 
กลางคืน น้าบ๊วยเสนอกิจกรรมส่องสัตว์กัน แถวๆ เขาแพงม้า พวกเราจึงได้เข้าไปส่องกระทิงกัน
 
 
คืนนี้เราได้เห็นกระทิงสมความตั้งใจ แม้จะไม่เยอะก็ตาม ลุงบอกว่าบางครั้งเห็นฝูงใหญ่มาก 20-30 ตัวเลยทีเดียว
 
 
ระหว่างส่องสัตว์รถเกิดติดหล่ม ต้องรอรถอีกคันมาลาก
 
 
 
 
เช้าวันที่ 2 ก่อนที่น้าบ๊วย กับชุดสีเหลืองอ๋อย (รู้เลยว่าน้าน่าจะชอบสีเหลืองเอามากๆ) จะแยกกลับกรุงเทพก่อน เพราะติดงานด่วน ส่วนฝน...กลับไปตั้งแต่เมื่อคืน แวะถ่ายรูปริมเขื่อนลำตะคอง
 
 
เหลือ 2 คนเที่ยวต่อ... ย้อนกลับขึ้นเขาใหญ่ เพื่อไปเที่ยวน้ำตกเหวสุวัต
 
 
น้ำตกเป็นของเรา เพราะแทบไม่มีคนอื่นอยู่เลย ^^
 
 
เมฆฝนตั้งเค้า พวกเราจึงขี่หมายจะหนีให้ทัน แต่สุดท้ายก็ไปนั่งหลบฝนอยู่ทางเข้าน้ำตกผากล้วยไม้พักใหญ่ๆ
 
 
ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ ข้างหลังเป็นทุ่งหญ้าที่เคยเป็นสนามกอล์ฟเก่าบนเขาใหญ่
 
 
ลงเขาใหญ่ทางฝั่งปากช่อง ผ่านช่วงดินโป่ง เห็นกวางออกมากินดินนับ 10 ตัวเลยทีเดียว ^^
 
 
ยังไม่หายมันส์ แวะไปกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารสวนเมืองพร ริมเขื่อนลำตะคอง
 
 
วิวสวย บรรยากาศดี อาหารอร่อย ... ตัดสินใจค้างอีกหนึ่งคืน จริงๆ ที่นี่ก็มีห้องพักคืนละ 2000 บาท
แต่งก...เลยไปนอนห้องน้องนางดีกว่า ^^ กว่าจะนอนก็ดึก สายๆ ก็ตื่นละ เก็บเงินไว้เติมน้ำมันเที่ยวต่อดีกว่า อิอิ
 
เช้าวันที่ 3 หลังจากที่เห็นรูปผาหำหด ไอเดียบรรเจิด...ตกลงใจเที่ยวต่อ แต่ขี่หลงไปมอหินขาวเสียได้ ก่อนจะขึ้นไป เจ้าหน้าที่ก็บอกแล้วนะ ว่าทางมันไม่ดี อาจจะขึ้นไม่ได้ แต่ไม่ ของแบบนี้ต้องลอง
 
 
 
ทางกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง คืนก่อนหน้านี้ก็มีฝนตกหนัก ดินตรงนี้ก็ยังไม่ได้อัด ผลคือเละอย่างที่เห็น ลื่นเป็นดินหนังหมู ขี่ปัดไปปัดมา ลืมไปว่ายางตัวเองก็ไม่ใช่ยางหนาม นึกว่ารถเป็น GS อย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว 555+
 
 
ขอบคุณคุณลุงช่างทำถนนมากๆ ค่ะ ที่มาช่วยเข็น ประคอง และแคะขี้นดินออกจากรถให้อย่างเต็มที่ ลุงบอกว่าไม่เป็นไร คนไทยต้องช่วยกัน ฟังแล้วซึ้งจริงๆ
 
 
แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ หลังจากล้มไปหลายแปะ
 
 
แต่ก็คุ้มที่ได้ขึ้นมาที่นี่ มอหินขาว หรือ สโตนเฮนจ์เมืองไทย
 
 
ตอนแรกนึกว่าจะมีแค่แท่งหิน แต่เพราะแท่งหินอยู่บนยอดเนิน ทำให้สูงกว่าพื้นที่โดยรอบ สามารถมองดูทิวทัศน์พื้นที่โดยรอบได้อย่างสวยงาม
 
 
จริงๆ แล้วโดยรอบบริเวณยังมีแท่งหินอีกหลายกลุ่ม พวกเราปีนขึ้นไปนั่งพักกันบนแท่งหินอีกที แต่ไม่ใช่หินกลุ่มหลักในรูปเมื่อกี้นะคะ
 
 
และเพราะมีเมฆลอยอยู่เป็นก้อนๆ ทำให้เรานั่งเล่นกันบนยอดหินได้โดยไม่ร้อน มีลมโกรกสบายๆ เคลิ้มเลย...น่านอนเป็นที่สุด
 
 
ความซนไม่เคยปราณีใคร ขายังไม่หายดี แต่ก็ยังซ่าส์เหมือนเดิม
 
 
ขี่รถขึ้นมาจอดถ่ายรูปด้านหน้ามันซะเลย 555+
 
 
ทริปนี้เป็นทริปใกล้ๆ ที่มีความสุข สนุกมากๆ ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวมากๆ แป๊บเดียวก็ถึง เด๋วหาเรื่องมาอีกดีกว่า อิอิ
 
 
ที่เที่ยวสุดท้ายที่เราแวะในวันนี้ คือ น้ำตกตาดโตน น้ำตกเป็นของเราอีกแล้ว เพราะไม่มีใครเลย
 
 
น้ำแรงมาก และแดงขุ่นคลั่กอย่างที่เห็น ว่าจะมานั่งชิวๆ แช่เท้า หรือไม่ก็อาจจะเล่นน้ำ เลิกความคิดนั้นทันที เพราะดูสยองมากกว่าจะชิว
 
 
กว่าจะออกจากน้ำตกก็เกือบ 6 โมงเย็นแล้ว แวะเข้าไปทานข้าวเย็นที่ตัวเมืองชัยภูมิ แวะส่งน้องนางที่ปากช่อง ส่วนตัวเองยิงยาวกลับกรุงเทพ เท้าเตะบ้านก็ปาเข้าไป 5 ทุ่มพอดีแป๊ะ
 
เป็นทริปที่เปลี่ยนความคิดไปเลย เพราะปรกติจะไม่ค่อยมาฝั่งเขาใหญ่เท่าไหร่ คิดเสมอว่าใกล้ๆ จะมีอะไรให้ดูกันนะ เคยคิดว่าทริปสั้นๆ มันๆ ก็ต้องฝั่งกาญเท่านั้น แต่ไม่ใช่เสียแล้ว ชัยภูมิเป็นอีกหนึ่งจังหวัดแห่งความประทับใจ ยังมีอีกหลายอุทยานที่ยังไม่ได้มาเยือน ใส่รายการไว้ใน waiting list อันดับต้นๆ เรียบร้อยแล้ว
 
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ยอดเยี่ยมมมมมconfused smile
ใกล้้บ้านแอ้เล้ย สวยเหมือนกันเนอะ แต่ว่าฝนตกก็ลำบากหน่อย confused smile

#3 By แอ้ on 2011-09-10 15:20

สนุกมากเลยค่ะ ทริปนี้ ^^

#2 By SweetSyrup on 2011-09-06 19:37

น่าไปบ้างครับ ทางน่าสนุก

#1 By เจ้าชายน้อย on 2011-09-06 13:02