MyLife

การจากไปของ...เจ้าส้ม

posted on 07 Apr 2009 14:56 by sweet2syrup in MyLife

วันอาทิตย์ที่ 5 เม.ย. 2552 เป็นวันที่ครอบครัวเราต้องสูญเสีย “เจ้าส้ม” ไปอย่างไม่มีวันกลับ ส้มเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวราวเดือนธันวาคม ปี50 ส้มเป็นสุนัขพันธ์ปอมเมอเรเนียนที่น่ารักและน่าหมั่นไส้ที่สุดในเวลาเดียวกัน มันมีขนที่ฟูฟ่องสีน้ำตาลอมส้มจัด นี่คือที่มาของชื่อส้ม แรกเริ่มฉันคิดจะเลี้ยงมันด้วยตัวเองไว้ในห้องนอน เพราะไม่อยากให้ที่บ้านรู้สึกว่าหาภาระมาเพิ่ม แต่เพราะทำงานเยอะและกลับดึกทุกวัน แม่จึงสงสารและแอบเอามันไปเลี้ยงให้ มันจึงกลายเป็นสุนัขของแม่ไปโดยปริยาย

ส้มติดแม่มาก ไม่ว่าแม่จะทำอะไร สายตาของมันจะจับจ้องอยู่ที่แม่เสมอ ไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ไหน มันจะอยู่กับแม่เสมอ เฝ้ารออย่างอดทนเปี่ยมด้วยความจงรักภัคดี ถ้าแม่กลับดึกหรือต้องไปต่างจังหวัด ส้มจะคอยอยู่ประตูหน้าบ้าน และไม่ยอมกินข้าว มันรู้ดีว่าแม่รักมันมาก ดังนั้น...ถ้าแม่อยู่ในบ้าน ส้มจะกร่างและหวงแม่เป็นที่สุด ตรงนี้แหละที่ทำให้มันน่าหมั่นไส้เป็นที่เช่นกัน

ฉันเลยชักไม่แน่ใจว่าเป็นส้มที่ติดแม่ หรือเป็นแม่ที่ติดส้มกันแน่

แม่ไม่เคยบ่นเหงาอีกเลยตั้งแต่ส้มก้าวเข้ามาอยู่ในบ้าน ฉันเป็นคนเดียว...ที่ส้มกลัวที่สุดในบ้าน เพราะเป็นคนเดียวที่ดุมัน แต่ส้มก็รู้ว่าฉันรักมันเพราะส้มไม่เคยเกี่ยงงอนที่จะมาหายามที่ฉันต้องการ ส้มเป็นหมาที่กินทุกอย่างที่คนกิน ยกเว้นอาหารเผ็ดและเปรี้ยวจัดๆ แต่ไม่เคยตะกละตระกราม ตอนยังเล็ก...ส้มเป็นหมาที่ไม่ชอบอาบน้ำ ทุกครั้งที่จับอาบน้ำ มันจะกัดเสมอ แต่ตอนนี้ยอมให้อาบแต่โดยดีแล้ว

เราทุกคนในบ้านรักส้มมาก เพราะความฉลาด แสนซน และน่าหมั่นไส้ ทั้งหมดที่เป็นเจ้าส้ม

เช้าวันที่ 6 เมย. 2552 ฉันและแม่เดินทางไปบ้านน้าเขยที่เพชรบุรี เราถึงบ้านราวๆเที่ยงวัน วันนี้เป็นวันที่อากาศร้อนมาก จนฉันคิดว่า...จะมาที่นี่ทำไม บริเวณโดยรอบเป็นนาข้าว มีพืชพรรณและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ดังที่บ้านต่างจังหวัดพึงจะมี ปกติส้มเป็นหมาที่มีขนเยอะมากทำให้ขี้ร้อน จึงหายใจแรงตลอดเวลา แต่วันส้มหายใจแรงกว่าปรกติ น้ำลายมาก และกินน้ำตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลียน้ำแข็ง ส้มยังคงหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ น้ำลายเยอะจนยืดยาดและมีลักษณะเหมือนคนคัดจมูก

ฉันและแม่ตัดสินใจพามันไปหาสัตว์แพทย์ จากการตรวจร่างกายไม่พบว่าปอดมีความผิดปกติใดๆ มีเพียงอุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติมาก หมอถามถึงโรคประจำตัว ซึ่งส้มไม่เคยเป็นโรคหอบหืดมาก่อน และพูดว่าอาจจะเกิดจากการแพ้แมลงหรือสิ่งอื่นในบริเวณที่เดินผ่านได้ หมอฉีดยาลดไข้และแก้แพ้ให้ แนะนำให้เราเช็ดตัว เรานำมันกลับมาที่บ้าน จากการที่ฉันเป็นหมอคนก็พยายามสันนิษฐานต่างๆนาๆ ว่าส้มจะเป็นอะไรได้บ้าง สิบนาทีต่อมา ฉันสังเกตว่ามันกระสับกระส่ายมากขึ้น เดินสะแปะสะปะ น้ำลายแห้ง และลิ้นเริ่มเขียว ฉันรู้แต่เพียงว่ามันกำลังแย่ มันกำลังจะช็อค จึงรีบนำมันกลับไปที่คลินิกเดิม แต่อุปกรณ์ในคลินิกแห่งนี้ไม่มีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเข็มแทงน้ำเกลือ ออกซิเจน รวมทั้งสัตว์แพทย์ที่ขาดความชำนาญในการช่วยชีวิตสุนัขขนาดเล็กที่อยู่ในภาวะวิกฤติแบบนี้เลย

ฉันได้แต่ยืนปั๊มหัวใจให้ส้มทั้งน้ำตา มองส้มจากไปอย่างช่วยอะไรไม่ได้

ได้แต่คิดว่า ถ้าทำไอ้นี่ไอ้นั่นได้ ฉันอาจยื้อชีวิตส้มไว้ได้ ฉันเข้าใจดี และไม่อาจโทษใครหรืออะไรได้ คิดได้แค่เพียงมันคงเป็นคราวเคราะห์ของเจ้าส้ม มันคงทำบุญร่วมกับครอบครัวเรามาแค่นี้ ถ้าส้มรับรู้ได้...หวังว่าส้มคงรับรู้ได้ว่าเราได้ยืนเคียงข้างมันจนวินาทีสุดท้าย ถ้านับอายุส้ม ก็นับว่าน้อยมาก สำหรับสองปีกว่า เทียบกับคนก็เพิ่งจะวัยรุ่นเท่านั้นเอง มันเป็นอะไรที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน รวมเวลาจากที่เริ่มมีอาการจนส้มจากไปแค่เพียงสามชั่วโมงกว่าๆ…

 

เจ้าส้ม...สุนัขแสนรักก็ได้จากฉันและแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ

ฉันอยากจะบอกว่า...เราทุกคนในบ้านรักส้มมากนะ
ขอให้ส้มได้ไปอยู่ในที่ๆสุขสบาย
ถ้าไปเกิดใหม่ ก็ขอให้ได้เจอกับอะไรที่ดีๆนะ

ลาก่อน...ส้ม ที่รัก

edit @ 8 Apr 2009 14:54:26 by SweetSyrup